ท่องเที่ยวเวียดนามกลางสัมผัสวิถีและลีลาของเมืองเก่าอายุนับพันปี

จำนวนผู้เข้าชม 571 คน

1.ฮอยอัน  

    

 ฮอยอัน

                 หากมองข้ามตำแหน่ง "มรดกโลกทางวัฒนธรรม" ซึ่งเป็น "มายาคติ" ที่มาพร้อมกับกระแสทุนนิยม เมืองฮอยอัน ที่ตั้งอยู่ทางตอนกลางของ เวียดนาม ไม่ว่าจะเป็นเมืองโบราณอายุกว่าพันปีที่ยังมีลมหายใจจนถึงปัจจุบันมีสิ่งล่อตาล่อใจให้อยากไปสัมผัสไม่น้อย เมืองที่ท้องทะเลยังพิสุทธิ์ใส ผู้คนที่เป็นหัวใจของเมืองก็มีสีหน้าฉ่ำชื่นเนื่องด้วยข้าวและปลาอุดมสมบูรณ์ การที่ได้ไปเยี่ยมเยือนเมืองแห่งนี้ในช่วงที่สายฝนพรำ ถือเป็นช่วงที่งดงามที่สุด

 

  
2.เมืองพันปี

เมืองพันปี

                  ฮอยอัน (Hoi An)  ตั้งอยู่ริมฝั่งทะเลจีนใต้ทางตอนกลางของประเทศเวียดนามแห่งนี้ครั้งหนึ่งเคยรุ่งเรืองถึงขนาดที่ว่าเป็นศูนย์กลางของอาณาจักรจามปา (ร่วมสมัยกับทวารวดี)เป็นดินแดนที่ได้ชื่อว่าอุดสมบูรณ์แห่งหนึ่งของโลก เพราะตั้งอยู่บนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำทูโบนปรากฏหลักฐานเป็นงานสถาปัตยกรรมในรูปแบบเฉพาะของฮอยอันเป้นที่ท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวหลงใหลกันมากมายเรยทีเดียว UNESCO จึงได้ยกฐานะฮอยอันขึ้นเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมส่งผลให้ทุกวันนี้ฮอยอันเป็นหนึ่งในปลายทางของนักท่องเที่ยวผู้โหยหาอดีต จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะเห็นอินเทอร์เน็ตคาเฟ่ บาร์ร้าน อาหาร รวมไปถึงโรมแรมที่ทันสมัยแข่งขันกันผุดขึ้นทั่วทั้งเมือง

 


3.ถนนสายวัฒนธรรม

 

ถนนสายวัฒนธรรม

                   ถนนตรันฝ สองฟากฝั่งถนนเป็นที่ตั้งของคฤหาสน์โบราณมากมาย ที่ตัดผ่านเมืองฮอยอันถือเป็นศูนย์กลางของเมืองโบราณแห่งนี้ ส่วนใหญ่เป็นของคหบดีชาวจีนที่อพยพมาตั้งรกรากตั้งแต่ช่วงปี พ.ศ.2388-2488 สถานที่ที่ควรไปเยี่ยมชมของถนนสายวัฒนธรรมแห่งนี้เช่น จั่วฟุกเกี๋ยน หรือสมาคมชาวจีน ซึ่งเป็นคฤหาสน์หลังใหญ่ที่สุดของถนนสายนี้ มีอายุเกือบ 200 ปี ยังมีวัดที่สร้างขึ้นเพื่ออุทิศให้แก่พระนางเทียนเห่า (เทวีแห่งความอุดมสมบูรณ์)สถานที่ที่อยากให้ไปเยี่ยมชมคือ "บ้านเลขที่ 101" ซึ่งเป็นคฤหาสน์ของตระกูลเก่าแก่ที่สุดของฮอยอัน ก็คือตระกูล "Tan Ky" จากอดีตจนถึงปัจจุบันหฤหาสน์หลังนี้ผ่านการอยู่อาศัยมาแล้วกว่า 7 ชั่วคนเป็นบ้านที่สวยงามที่สุดของเมืองเมืองนี้เรยที่เดียวอีกทั้งสองฟากฝั่งของถนนตรันฝูยังมีร้านรวงขายสินค้าพื้นเมืองเวียดนามรวมถึงอาหารพื้นเมืองรสชาติน่าลิ้มลอง

 


4.ทูโบน

 

ทูโบน

                  หากมาฮอยอันแล้วไม่ได้มานั่งเรือชมความงามสองฟากฝั่งแม่น้ำ ก็ถือว่ายังมาไม่ถึงฮอยอันแม่น้ำทูโบนถือว่าเป็นสายเลือดหลักของฮอยอันทูโบนในอดีตถือเป็นเส้นทางการค้าที่สำคัญและเป็นศูนย์กลางที่โลกตะวันตกมาพบกับโลกตะวันออกแม่น้ำทูโบนเริ่มตื้นเขิน เรือสินค้าขนาดใหญ่ไม่สามารถเข้ามาเทียบท่าได้ปัจจุบันสายน้ำแห่งนี้ก็ยังคงรินไหล ภาพชีวิตก็คล้ายแบบเดิม ๆ คือยังมีชาวบ้านแจวเรือออกหาปลาแม่น้ำ จึงคล้ายกับว่าเรากำลังเดินทางย้อนเวลากลับไปหาอดีตอีกครั้ง

 


 5.หาดเกาได๋                  

 

หาดเกาได๋

                  ที่ตั้งของชายหาดที่สวยจนอาจลืมไม่ลง ซึ่งมีชื่อว่า ว่า "เกาได๋" เสน่ห์ของชายหาดแห่งนี้ก็คือภาพของทรายสีขาวเนื้อละเอียดตัดกับน้ำทะเลสีเขียวความที่อยู่เบื้องหน้าหน้า ที่สำคัญชายหาดแห่งนี้นอกจากจะดงามแล้วยังค่อนข้างสงบงามอีกด้วยนักท่องเที่ยวยังไม่พลุกพล่านมากนัก แต่ก็มีกิจกรรทางน้ำให้เลือกสนุกมากมาย อีกทั้ง ฝั่งตรงข้ามของชายหาดยังมีโรงแรมระดับคุณภาพเปิดให้บริการอย่างหลากหลาย รวมถึงร้านอาหารทะเลที่น่าลิ้มลองๆมากมาย หาดเกาได๋ควรเป็นหนึ่งในจุดหมายที่คุณห้ามมองข้ามนอกจากฮอยอันจะมีอาคารแบบซิโน-โปรตุกีสโคโลเนีล หรือแบบที่เก่าแก่กว่านั้นให้เสพชมแล้ว ห่างออกปากเมืองเก่าไม่มากนัก (คนละฝั่งของแม่น้ำทูโบน) ยังเป็นที่ตั้งของชายหาดที่สวยจนอาจลืมไม่ลง

 

 

6.พระราชวังเมืองเว้

              

พระราชวังเมืองเว้

                  ตั้งอยู่ทางเหนือของแม่น้ำหอม เรียกได้ว่าเป็นไฮไลท์ของเมืองเว้ เลยทีเดียว ที่เที่ยวแห่งนี้ก็จะมีสถาปัตยกรรมของพระราชวัง จักรพรรดิ วัด ซากปรักหักพัง และประวัติศาสตร์ ราชวงศ์เก่า ของเวียดนาม

 

 

  1. เจดีย์เทียนมู่

    

 เจดีย์เทียนมู่

                  สุดโดดเด่นของเมืองเว้ ประเทศเวียดนาม บนยอดเขาทางชายฝั่งตอนเหนือของแม่น้ำหอม ชมพลับพลาขนาดเล็ก สักการะองค์พระพุทธรูป เดินชมสวน และยังมีหอคอยชมวิวอีกด้วยไม่ว่า ใครจะแวะมาเที่ยวที่นี่ จะลองเช่าจักรยานขี่ตามทางริมน้ำหรือนั่งเรือมังกรก็ไม่ควรพลาดเรยทีเดียว

 

 

8.สุสานไคดิงห์

สุสานไคดิงห์

                สุสาน อันโดดเด่น ของราชวงศ์เหงียน ประเทศเวียดนาม เป็นอาคารสีดำ ตั้งอยู่บนเนินเขาสีเขียว ซี่งเป็นสุสานฝังพระศพ สถาปัตยกรรมแบบโกธิค และรูปปั้นหินทหารเวียดนามสมัยก่อน รูปปั้นพระจักรพรรดิไคดิงห์ จักรพรรดิลำดับก่อนสุดท้ายของเวียดนามอีกด้วย

 

 

9.พิพิธภัณฑ์ประติมากรรม

 

พิพิธภัณฑ์ประติมากรรม 

                พิพิธภัณฑ์ เป็นรูปปั้นงานศิลปะของอาณาจักรจามปาแห่งนี้ ตั้งอยู่ตรงวงเวียนใหญ่ งานศิลปะส่วนใหญ่ทำจากหินทราย แกะสลักขึ้นตามความเชื่อของชาวจามปาในอดีต สถานที่แห่งนี้ ใกล้กับแม่น้ำหาน แม่น้ำสำคัญของดานัง ซึ่งเป็นที่ตั้งของสะพานมังกรทอง (Dragon Bridge) ภายในแบ่งเป็นห้องหับที่เปิดโปร่ง  ซึ่งใกล้เคียงกับศาสนาฮินดู โดยมีพระศิวะ พระพิษณุ และ Linga and Yoni ก็คือสัญลักษณ์เพศของชายและหญิง เป็นความเชื่อหลักงานศิลปะที่นี่มีจำนวนหลายพันชิ้น จึงกลายเป็นศูนย์รวมอดีตของอาณาจักรจามปาขนาดใหญ่ที่สุดของโลก

 

 

  1. Lady Buddha

 

 Lady Buddha

                   หรือ เจ้าแม่กวนอิมพระองค์นี้ ตั้งตระหง่านอยู่ที่แหลมซอนท เป็นจุดชมวิว ที่เห็นดานังในมุมพญาเหยี่ยวที่แสนจะยาวไกลและเป็นอีกที่ที่งดงาม ชาวดานังสร้างขึ้นเพื่อให้ท่านปกปักษ์รักษาดานังจากภัยธรรมชาตและพายุไต้ฝุ่นที่เคยเข้ามาทำลายเมืองในหลายปีก่อนหน้าซึ่งเชื่อหรือไม่ว่า หลังจากสร้างเสร็จ ดานังก็ไม่เคยประสบกับภัยธรรมชาติ อีกเลยเป็นเวลาเกือบสิบปี และด้วยความสูงประมาณตึก 30 ชั้นประกอบกับความงามของหินอ่อนสีขาวโพลน รัศมีความศักดิ์สิทธิ์ของท่านจึงแผ่กระจายไปทั่วสารถิศ (วัดลิงอึ๊งบ๊ายบุต วัดเจ้าแม่กวนอิม)

 

 

  1. China Beach

 

China Beach

                  ในอดีตเป็นสถานที่พักผ่อน ของทหารอเมริกัน … โค้งหาดที่ ยาวหลายกิโลเมตรนี่ ถูกแบ่งออกเป็นหาดต่างๆในเวิ้งน้ำเดียวกัน ตรงกลางของหาดยาวเป็นที่ตั้งของ My Khy Beach ซึ่งในวันนี้มีชาวเวียดนามหลายร้อยคน วิ่งลงไปเล่นน้ำทะเลกันสนุกสนาน กิจกรรมทางน้ำก็มีทั้งบานานาโบ็ต และเรือเร็วรอยยิ้ม…พร้อมทั้งเสียงหัวเราะกระหึ่มไปทั่วหาดเรยทีเดียว

 

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก

https://travel.kapook.com/view5295.html

https://th.wikipedia.org/wiki/

http://thaifootprint.com/

26 เมษายน 2561

ติดต่อสอบถามข้อมูลหรือจองทัวร์
ช่องทางการติดต่อ
L2btravel
083-2743757
แอลทูบีทราเวล
l2btravel@hotmail.com
9 หมู่ 1 ต.คำเขื่อนแก้ว อ.สิรินธร จ.อุบลราชธานี 34350
  
L2B Travel Copyright 2018. All Rights Reserved. ใบอนุญาตนำเที่ยวเลขที่ 51/00600
Power By Nika Web